Windows XP ระบบปฏิบัติการอมตะยอดนิยม หมดอายุ !!!

Windows XP ระบบปฏิบัติการอมตะยอดนิยมตลอดกาลของไมโครซอฟท์ จะหมดอายุในวันที่ 8 เมษายนนี้

ระบบปฏิบัติการหมดอายุ?

ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนเป็นต้นไป Windows XP จะยังใช้งานได้ปกติเหมือนเดิมทุกประการ แต่ไมโครซอฟท์จะไม่ออกแพตช์แก้ปัญหาความปลอดภัยให้กับ Windows XP อีกแล้ว

นั่นแปลว่าใครที่ใช้ Windows XP อยู่ก็ยังใช้งานได้เหมือนเดิม แต่ต้องระวังไวรัส มัลแวร์ โทรจันต่างๆ กันเอง ใช้คอมฯอยู่เฉยๆ ไม่ได้เข้าเว็บไซต์อันตรายอะไรก็ “อาจ” ติดมัลแวร์ได้ เหตุเพราะผู้สร้างมัลแวร์พวกนี้รู้ช่องโหว่ (ที่ไมโครซอฟท์ประกาศแล้วว่าไม่อุด) และจงใจสร้างมัลแวร์มาโจมตีเครื่องของผู้ใช้งานโดยเฉพาะ

ทำไมต้องหมดอายุ?

ไมโครซอฟท์ออก Windows XP มาตั้งแต่ปี 2001 สมัยที่บิล เกตส์ยังหนุ่มเฟี้ยว (ตอนนี้แก่ไปเยอะแล้ว) ผ่านมาถึงวันนี้ก็เกือบ 14 ปีเต็ม ผ่านร้อนผ่านหนาวมากมาย ถึงเวลาต้องไปแล้ว

เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยของ XP เก่ามากเมื่อเทียบกับวินโดวส์รุ่นใหม่ๆ (ไม่ว่าจะเป็น 7, 8, 8.1) และไม่เข้มแข็งต่อการเจาะระบบเท่ากับวินโดวส์รุ่นใหม่ๆ อีกแล้ว

หมดอายุแล้วทำไงต่อ?

ถ้าเป็นผู้ใช้ตามบ้าน คำแนะนำของผมแบ่งได้เป็น 2 ข้อคือ

1. ถ้าคอมพิวเตอร์ใหม่หน่อย ก็ควรย้ายไปใช้วินโดวส์รุ่นใหม่กว่า จะเป็น 7 หรือ 8 ก็ได้

2. ถ้าคอมพิวเตอร์เก่ามาก ลง Windows 7 ไม่ไหว ก็คงต้องพิจารณาซื้อคอมฯใหม่แล้วล่ะครับ

แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ของบริษัทและองค์กร จะเริ่มซับซ้อนเพราะบางทีจำเป็นต้องใช้ XP เพราะต้องการใช้งานโปรแกรมเฉพาะบางตัวขององค์กร (ที่ทำงานได้บน XP เท่านั้น)

ประเด็นนี้ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายไอทีองค์กรที่จะต้องมารีบดูแล้วว่า โปรแกรมไหนที่จำเป็นต้องทำงานบน XP และมีทางเลือกอื่นหรือไม่ เช่น ย้ายไปใช้โปรแกรมอื่นที่คล้ายกัน หรือจ้างโปรแกรมเมอร์มาปรับปรุงโปรแกรมให้ทำงานบนวินโดวส์รุ่นใหม่ๆ ได้ เพื่อว่าในอนาคตเมื่อต้องย้ายระบบคอมพิวเตอร์องค์กรจาก XP เป็นวินโดวส์รุ่นใหม่ขึ้น จะได้ไม่ติดปัญหาเรื่องนี้อีก

เรื่อง Windows XP หมดอายุนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งของบริษัท ของพนักงาน ของลูกค้า อย่างรุนแรง องค์กรทุกแห่งควรมีแผนการเตรียมพร้อมรับมือ Windows XP หมดอายุ (แบบเดียวกับที่เคยรับมือปัญหา Y2K) ว่าจะย้ายไปใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหม่และทันสมัยขึ้นได้อย่างไร

ที่มา : มาร์ค Blognone

This entry was posted in 9. กระบวนการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ. Bookmark the permalink.

ใส่ความเห็น